ผู้นำมาเลเซียเรียกร้อง ออง ซาน ซู จี ช่วยหยุดยั้งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา

ที่มาของภาพ, MANAN VATSYAYANA/AFP/Getty Images
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัก ผู้นำมาเลเซีย กล่าวว่า นางออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมา จะต้องช่วยหยุดยั้งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมโรฮิงญา โดยเขาได้กล่าวเรื่องนี้ต่อหน้าประชาชนกว่า 5,000 คน ที่ออกไปชุมนุมกันในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อแสดงพลังต่อต้านการปราบปรามชาวโรฮิงญาของทางการเมียนมา อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่า ผู้นำมาเลเซียโหนกระแสโรฮิงญา เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของตนเองหลังจากตกเป็นข่าวอื้อฉาวเรื่องการทุจริต
นายนาจิบ กล่าวว่า การปราบปรามที่นองเลือดในรัฐยะไข่ ส่งผลให้ชาวโรฮิงญาหลายพันคนต้องหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน หลายคนถูกข่มขืน ทรมาน และเข่นฆ่า

ที่มาของภาพ, ROSLAN RAHMAN/AFP/Getty Images
ผู้นำมาเลเซียยังตั้งคำถามว่าการได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของนางซู จี ช่วยอะไรได้บ้าง เขาชี้ว่า ผู้ร่วมชุมนุมต้องการบอกนางซูจี ว่า "เราต้องปกป้องคนมุสลิมและอิสลาม" นายนาจิบยังเรียกร้องให้องค์การความร่วมมืออิสลาม และสหประชาชาติ ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งด้วย ไม่ใช่เอาแต่นิ่งเฉย
ด้านทางการเมียนมาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของประชาคมโลก แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวต่างชาติหรือผู้สอบสวนอิสระเดินทางเข้าไปยังพื้นที่เกิดเหตุ

ที่มาของภาพ, AP Photo/Lim Huey Teng
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงที่ผ่านมา มาเลเซียซึ่งประชากรส่วนใหญ่ในประเทศเป็นมุสลิม ได้วิพากษ์วิจารณ์เมียนมารุนแรงขึ้นเกี่ยวกับกรณีการจัดการปัญหาในรัฐยะไข่ โดยเมื่อเดือนที่แล้ว รัฐบาลมาเลเซียได้เรียกทูตเมียนมาเข้าพบ นอกจากนั้นยังมีชาวโรฮิงญาและชาวมาเลเซียราว 500 คน พร้อมป้ายประณาม "การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" เดินขบวนไปยังสถานทูตเมียนมาในกรุงกัวลาลัมเปอร์ รัฐมนตรีอาวุโสคนหนึ่งของมาเลเซียได้ขอให้อาเซียน ทบทวนการเป็นสมาชิกอาเซียนของเมียนมา และเมื่อวานนี้ (3 ธ.ค.) กระทรวงต่างประเทศมาเลเซียออกแถลงการณ์กล่าวหาเมียนมา โดยใช้ถ้อยคำที่รุนแรงว่า "ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา"

ที่มาของภาพ, EPA/FAZRY ISMAIL
อย่างไรก็ตาม นายเจมส์ ชิน นักวิเคราะห์จากมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย มองว่าการที่นายนาจิบแสดงท่าทีแข็งกร้าวครั้งนี้ เพราะต้องการยกสถานะของตนว่าเป็นผู้นำสำคัญคนหนึ่งของโลกมุสลิม เพราะมาเลเซียกำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วไปเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ นายนาจิบยังกำลังเผชิญเรื่องอื้อฉาวกรณีถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากกองทุนวันเอ็มดีบี

ที่มาของภาพ, MANAN VATSYAYANA/AFP/Getty Images
บจิดเจ็ต เวลช์ ผู้เชี่ยวชาญการเมืองมาเลเซียที่มหาวิทยาลัยในตุรกีมองว่า นายนาจิบ พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองดูดี และกำลังโหนกระแสโรฮิงญา อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลของนายราจิบเป็นห่วงชาวโรฮิงญาจริง เขาก็ควรทบทวนการจัดการกับชาวโรฮิงญาในมาเลเซีย โดยที่ผ่านมามาเลเซียเป็นเสมือนที่หลบภัยให้กับชาวโรฮิงญาที่หนีมาจากเมียนมา แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาต้องเผชิญกับสถานการณ์แบบกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก เพราะพอไปถึงมาเลเซียก็กลายเป็นคนไร้รัฐและถูกผลักให้กลายเป็นคนชายขอบเหมือนเช่นที่ประสบในเมียนมา























