เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% และจะปรับเพิ่มอีกสามครั้งในปีหน้า

ที่มาของภาพ, Reuters
ธนาคารกลางสหรัฐฯหรือเฟดประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ 0.25% โดยนับเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลักครั้งที่สองในรอบสิบปีที่ผ่านมา โดยผู้ว่าการเฟดระบุว่า ต้องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปทีละน้อย เพราะเศรษฐกิจสหรัฐฯยังคงมีความผันผวนไม่แน่นอนในอนาคตอยู่สูง
นางเจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ กล่าวหลังแถลงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยว่า แม้ขณะนี้เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อย แต่ในปีหน้าเมื่อรัฐบาลของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่เข้าบริหารงาน อาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างก้าวกระโดดมากขึ้น โดยคาดว่าอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกถึงสามครั้งในปี 2017
ทั้งนี้ นายทรัมป์เคยประกาศจะกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการเพิ่มการใช้จ่ายและลดภาษี แต่นางเยลเลนกล่าวว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่จะไปคาดการณ์นโยบายทางเศรษฐกิจของนายทรัมป์ล่วงหน้า โดยไม่มีข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม ดังนั้นคณะกรรมการกำหนดอัตราดอกเบี้ยของเฟด จึงมีความเห็นให้ค่อย ๆ พิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทีละน้อย โดยจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกสามครั้งในปีหน้า จนไปอยู่ที่ระดับ 0.5 - 0.75% ตามที่ได้มีมติไว้ก่อนหน้านี้

ที่มาของภาพ, Reuters
ส่วนกรณีที่นายทรัมป์กล่าวแสดงความไม่พอใจนโยบายอัตราดอกเบี้ยของเฟด และขู่ว่าจะแทรกแซงเฟดนั้น นางเยลเลนกล่าวว่าเธอเชื่อมั่นอย่างยิ่งในนโยบายความเป็นอิสระของเฟด และจะไม่ขอให้คำแนะนำใด ๆ กับว่าที่ผู้นำคนใหม่ในตอนนี้
นับแต่เกิดวิกฤติการเงินโลกเมื่อปี 2007 เป็นต้นมา เฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำใกล้ 0% มาโดยตลอด แต่ในขณะนี้เฟดตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสะท้อนภาวะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯมีความแข็งแกร่งขึ้น โดยนางเยลเลนกล่าวว่า การตัดสินใจดังกล่าวแสดงถึงความเชื่อมั่นว่าแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะยังคงดำเนินต่อไปอนาคต























