พนักงานดับเพลิงอังกฤษลาหยุดยาวพุ่ง 30% หลังพบเหตุรุนแรงในหน้าที่

ที่มาของภาพ, AFP
ผลสำรวจชี้ว่า จำนวนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยในสหราชอาณาจักร ที่ต้องลาพักงานระยะยาวเพื่อปรับสภาพจิตใจ กำลังเพิ่มมากขึ้นเกือบ 1 ใน 3 ภายในช่วงเวลา 6 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2011-2012 มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงขอลาพักงานด้วยเหตุผลด้านจิตเวชมากขึ้นถึง 2 เท่า
ส่วนปีนี้ มี 103 คนที่ลาพัก หลังจากต้องรับมือกับเหตุเพลิงไหม้เกรนเฟลล์ ทาวเวอร์
ในการสำรวจที่จัดทำภายใต้ พ.ร.บ.การเข้าถึงข้อมูล ผ่านทางรายการวิทยุ 5 ไลฟ์ อินเวสติเกท ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงประมาณ 2 ใน 3
ในกรณีของนายแอนดี เกรแฮม อายุ 52 ปี อดีตพนักงานดับเพลิงและกู้ภัยประจำสถานีเกรเทอร์ แมนเชสเตอร์ เล่าว่าต้องเผชิญกับภาวะความผิดปกติหลังความเครียดที่สะเทือนใจ หรือพีทีเอสดี มานานถึง 30 ปี
"ตอนผมเริ่มทำงานใหม่ๆ เมื่อปี 1987 ยังไม่มีระบบให้คุยรายละเอียดหลังเลิกงาน... เหตุการณ์แรกที่ผมถูกให้ไปช่วย คือมีคนฆ่าตัวตายด้วยวิธีรุนแรง และภายในไม่กี่สัปดาห์ ผมเริ่มฝันร้ายและมีภาวะตื่นตระหนก จากนั้นก็อาการแย่ลงมาตลอด หลังจากต้องเห็นเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิต"

ที่มาของภาพ, ANDY GRAHAM
ตอนที่เป็นหนักๆ เขากลัวแม้กระทั่งการนอน เพราะไม่อยากฝันร้าย ทำให้เริ่มนอนดึกขึ้นและดื่มแอลกอฮอล์เพื่อช่วยให้หลับ ส่วนในเวลากลางวัน หากเห็นไฟกระพริบสีฟ้า หรือได้ยินเสียงไซเรน และเสียงดัง ก็อาจเกิดอาการตื่นตระหนก หรือทำให้เห็นภาพรุนแรงซ้ำๆ ได้
พยายามกดความรู้สึก
ลูกชายของนายเกรแฮม ที่ชื่อจอห์น ซึ่งอายุเพียง 5 ขวบตอนที่พ่อของเขามีปัญหาทางอารมณ์และจิตใจ กล่าวว่า ยังจำได้ถึงตอนที่เห็นพ่อนอนอยู่บนโซฟาโดยไม่ตอบสนองกับใคร ซึ่งนายเกรแฮมยอมรับว่าเขาพยายามเก็บความรู้สึกเอาไว้คนเดียวอยู่นานหลายปี "เวลาทำงานเป็นพนักงานดับเพลิง เราจะถูกสอนว่า เราเป็นคนเข้มแข็ง เป็นคนที่จะมาช่วยเหลือคนอื่น จึงรู้สึกว่าไม่ควรขอความช่วยเหลือ"
ขณะนี้นายเกรแฮมได้พูดคุยกับจิตแพทย์มา 4 ครั้ง และรู้สึกดีขึ้นกว่าตลอดเวลา 29 ปีที่ผ่านมามาก อย่างไรก็ตามเขากล่าวว่า หน่วยดับเพลิงมีระบบการถ่ายทอดรายละเอียดข้อมูลที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่การสนับสนุนก็ยังไม่เพียงพอ

ที่มาของภาพ, Reuters
ด้านนายฌอน สตาร์บัค แกนนำเรื่องสุขภาพจิตของสหภาพแรงงานดับเพลิง กล่าวว่า สังคมควรเปลี่ยนมุมมองในแง่ลบที่มีต่อผู้มีปัญหาทางจิตใจ และสำนักงานดับเพลิงต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้พนักงานดับเพลิง สามารถเล่าเรื่องรวมความรู้สึกเจ็บปวดที่เกิดขึ้น จากการเห็นภาพรุนแรงเวลาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มี
ด้านนางเฟย์ แม็คกินเนส ผู้จัดการโครงการไมนด์ส บลู ไลท์ ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลเพื่อผู้มีปัญหาทางจิตใจ กล่าวว่า จากผลการสำรวจความคิดเห็นพนักงานและอาสาสมัคร 1,600 คนในสำนักงานดับเพลิง พบว่า เกือบ 9 ใน 10 คนเคยรู้สึกเครียด หดหู่ หรือมีสภาพจิตย่ำแย่ในขณะทำงาน
"ที่น่าตกใจคือมีถึง 1 ใน 4 คน ที่บอกว่าเคยคิดจะจบชีวิตตัวเอง" และ "ไม่ใช่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์รุนแรงจะมีภาวะพีทีเอสดี หรือบางคนอาจใช้เวลานาน บางทีเป็นปีกว่าจะแสดงอาการ"

ที่มาของภาพ, Reuters
ใครต้องดูแล
โฆษกกระทรวงมหาดไทยสหราชอาณาจักร ระบุว่า เป็นหน้าที่ของสำนักงานดับเพลิงที่ต้องจัดหาบริการดูแลสุขภาพให้กับเจ้าหน้าที่ โดยทางรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ 1.5 ปอนด์ (67 ล้านบาท) สำหรับงานสนับสนุนด้านสุขภาพจิต กับโครงการไมนด์ส บลู ไลท์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินได้รับการดูแลให้คำปรึกษาทางด้านจิตใจที่จำเป็น
นางแอน มิลลิงตัน จากคณะกรรมการผู้บริหารหน่วยดับเพลิงแห่งชาติ ระบุว่า จำนวนผู้ลาพักงานที่เพิ่มขึ้น อาจเป็นเครื่องสะท้อนว่ามีพนักงานดับเพลิงที่พร้อมจะขอคำปรึกษามากขึ้นด้วย




























