ศาลให้ระงับคำสั่งทรัมป์ห้าม 8 ชาติเดินทางเข้าสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, Reuters
ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในเมืองโฮโนลูลูของรัฐฮาวาย มีคำวินิจฉัยให้ระงับคำสั่งห้ามพลเมือง 8 ชาติเดินทางเข้าสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไว้เป็นการชั่วคราว ซึ่งเดิมคำสั่งดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันนี้ (18 ต.ค.)
ผู้พิพากษาเดอร์ริก วัตสัน เป็นผู้ออกคำสั่งศาลดังกล่าว หลังจากที่ได้เคยวินิจฉัยให้ระงับคำสั่งในลักษณะเดียวกันมาแล้วเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยในครั้งนี้ผู้พิพากษาวัตสันระบุว่า ภายใต้กฎหมายคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางในปัจจุบัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่มีอำนาจในการออกคำสั่งเช่นนี้
"คำสั่งห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ ครั้งล่าสุด มีข้อบกพร่องเช่นเดียวกับคำสั่งห้ามเดินทางที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ คือไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันได้ว่า พลเมืองกว่า 150 ล้านคน จาก 6 ประเทศ จัดเป็นภัยต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ"
อย่างไรก็ตาม คำสั่งศาลในครั้งนี้ให้ความคุ้มครองแก่พลเมืองของชาติมุสลิม 6 ชาติ ที่ต้องการเดินทางเข้าสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ไม่รวมถึงพลเมืองของเกาหลีเหนือและเวเนซุเอลา เนื่องจากทางการรัฐฮาวายซึ่งเป็นผู้ยื่นคำร้องต่อศาล ได้ระบุขอความคุ้มครองแก่พลเมือง 6 ชาติมุสลิม ได้แก่ อิหร่าน ลิเบีย ซีเรีย เยเมน ชาด และโซมาเลียเท่านั้น
นอกจากที่รัฐฮาวายแล้ว มีความพยายามระงับคำสั่งห้ามเดินทางของประธานาธิบดีทรัมป์ ด้วยการฟ้องร้องต่อศาลในรัฐวอชิงตัน นิวยอร์ก แมสซาชูเซตส์ ออริกอน แคลิฟอร์เนีย และแมริแลนด์อีกด้วย

ที่มาของภาพ, Getty Images
นางซาราห์ ฮักคาบี แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงว่า คำสั่งศาลล่าสุดนั้นมีความผิดพลาดที่เป็นอันตรายร้ายแรง และขัดขวางความพยายามของรัฐบาลที่จะรักษาความปลอดภัยให้ชาวอเมริกัน
"คำสั่งห้ามเดินทางนี้สำคัญต่อกระบวนการที่ทำให้มั่นใจได้ว่า ต่างชาติจะปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยขั้นต่ำสุด ซึ่งจำเป็นต่อระบบตรวจคนเข้าเมืองของเราและความมั่นคงของชาติ"
"ดังนั้นเราจึงมั่นใจว่า ท้ายที่สุดแล้วศาลจะคงคำสั่งของประธานาธิบดีที่มีความจำเป็นและถูกต้องตามกฎหมายนี้ไว้ รวมทั้งสั่งให้นำกลับมาบังคับใช้อย่างรวดเร็ว เพื่อปกป้องความปลอดภัยของชาวอเมริกันได้อย่างทันท่วงที" นางแซนเดอร์สกล่าว



























