แอปฯ เซกส์ทอยทำงานพลาด อัดเสียงตลอดระยะเวลาใช้งาน

ที่มาของภาพ, LOVENSE
เลิฟเวนส์ ผู้ผลิตเซกส์ทอยอัจฉริยะ ยอมรับว่ามีข้อผิดพลาดกับอุปกรณ์ใช้งานของตนเอง ทำให้โทรศัพท์ที่เชื่อมต่ออุปกรณ์นั้นเริ่มบันทึกเสียงในเวลาที่เปิดใช้งาน โดยเลิฟเวนส์ได้รับข้อมูลนี้จากคนที่เข้าไปเขียนในเว็บบอร์ดชื่อเรดดิท (Reddit) รายหนึ่งที่บอกว่าโทรศัพท์บันทึกเสียงขณะใช้งานแอปฯ
แต่ทางบริษัทซึ่งตั้งอยู่ในฮ่องกงระบุว่าไฟล์เสียงที่ถูกบันทึกดังกล่าว ถูกเก็บไว้ในเครื่องเท่านั้นไม่ได้ถูกส่งจากเครื่องไปที่ใด และตอนนี้ก็ได้แก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นแล้ว
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า กรณีนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงจากการใช้อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต
การสั่งงานด้วยเสียง
แอปฯ ของเลิฟเวนส์ ใช้สำหรับควบคุมเซกส์ทอยผ่านบลูทูธ โดยไมโครโฟนของสมาร์ทโฟน จะคอยทำหน้าที่ตรวจจับเสียงโดยรอบ เพื่อให้ใช้เสียงสั่งงานเมื่อต้องการใช้งาน แต่ผู้ใช้ไม่รู้ว่าเสียงนั้นถูกบันทึกเอาไว้ด้วย
เว็บไซต์ของบริษัทฯ ระบุถึงประเด็นความเป็นส่วนตัวว่า "ระบบถูกออกแบบมาให้บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"
แต่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (9 พ.ย.) ผู้ใช้ชื่อ tydoctor ระบุว่า "ฉันเปิดไฟล์มีเดียในโทรศัพท์ดู เพราะเตรียมจะลบข้อมูลเพื่อตั้งค่าใหม่ให้เหมือนตอนออกมาจากโรงงาน และพบว่ามีไฟล์ชื่อ 'tempSoundPlay.3gp' ซึ่งเป็นไฟล์เสียงความยาว 6 นาที จากเมื่อครั้งก่อนที่ใช้แอปฯ สั่งงานไวเบรเตอร์ (โดยเราใช้มันที่บาร์ ตอนกำลังเล่นพูล) ซึ่งฉันไม่เคยต้องการให้แอปฯ บันทึกเสียงตลอดการใช้งานเลย"
ทางบริษัทได้ตอบผู้ใช้รายนี้ในวันรุ่งขึ้น โดยเรียกปัญหาการใช้งานว่าเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อยซึ่งเกิดขึ้นเฉพาะกับโทรศัพท์ระบบแอนดรอยด์ และระบุว่า "ไม่มีข้อมูลใดถูกส่งเข้าไปยังเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท"
หลังจากนั้นทางเลิฟเวนส์ ชี้แจงต่อมาว่าได้เปิดให้อัพเดทแอปฯ เพื่อแก้ปัญหานี้แล้ว พร้อมกับคำอธิบายว่า ยังต้องบันทึกเสียงต่อไปเพื่อให้ใช้งานระบบการสั่งงานด้วยเสียงได้ เพียงแต่ไฟล์จะถูกลบเร็วกว่าเดิมมาก "การแก้ไขครั้งนี้ ช่วยให้ไฟล์เสียงถูกลบทิ้ง... หลังจากที่ระบบการสั่งงานด้วยเสียงถูกปิด แอปฯ จะตรวจสอบเพิ่มเติมและลบไฟล์ทุกครั้งที่มีการเปิดใช้งาน"
ความเสี่ยงถูกขโมยข้อมูล
ในปีนี้ บริษัทสแตนดาร์ท อินโนเวชัน ผู้ผลิตเซกส์ทอยที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เคยต้องจ่ายค่าชดเชยให้ลูกค้าเป็นเงินกว่า 2 ล้านปอนด์ (87.7 ล้านบาท) หลักจากพบว่าแอปฯ ส่งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้กลับไปยังบริษัท

ที่มาของภาพ, Image copyrightLOVENSE
นายเคน มันโร นักวิจัยจากบริษัทเพน เทสท์ พาร์ทเนอร์ กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบดูแล้ว ข้อผิดพลาดของเลิฟเวนส์ ดูเหมือนจะไม่รุนแรงเท่าแอปฯ อื่น แต่ "ไม่ดีนักที่จะบันทึกเอาไว้ แต่ความเสี่ยงสำหรับผู้ใช้ยังถือว่าค่อนข้างน้อย เว้นแต่ในกรณีที่โทรศัพท์ถูกขโมย"
ด้าน RenderMan ซึ่งเป็นชื่อสมมุติของนักวิจัยที่เขียนบล็อก ระบุว่า "ในขณะที่ไฟล์นี้สามารถเก็บไว้ในหน่วยความจำ RAM ได้ แต่การส่งไปเก็บไว้ชั่วคราวที่ดิสก์ จะง่ายและมีประสิทธิภาพกว่ามาก... ซึ่งเป็นทางเลือกที่มีเหตุผล ในเมื่อไฟล์จะต้องถูกลบทิ้งเมื่อเลิกใช้อยู่แล้ว"
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ซอฟ์แวร์ของเลิฟเวนส์ถูกพบว่ามีปัญหา เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทางบริษัทต้องรับมือกับข้อบกพร่องที่ทำให้ค้นหาอีเมลของผู้ใช้ได้ ซึ่งนายมันโร แนะนำว่าผู้ใช้สมาร์ทเซกส์ทอย และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ต้องยอมรับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง "อะไรก็ตามที่ใช้กล้องและไมโครโฟน มีแนวโน้มจะเกิดโอกาสถูกล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวได้" ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีมาตรฐานการควบคุมที่ชัดเจน





























