อนาคตเยอรมนี หลังพรรคหนุนค้าเสรีไม่ร่วมรบ.ผสมกับแมร์เคิล

นางแมร์เคิลกำลังเผชิญวิกฤตทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 12 ปี
คำบรรยายภาพ, นางแมร์เคิลกำลังเผชิญวิกฤตทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 12 ปี
Published

นางอังเกลา แมร์เคิล ที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 4 ของเยอรมนีกำลังเผชิญวิกฤตทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 12 ปี หลังจากการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสมล้มเหลว เพราะพรรคเสรีประชาธิปไตย (FDP) ถอนตัวจากการเจรจา และเป็นช่วงเดียวกับที่พรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (AfD) ซึ่งมีแนวคิดชาตินิยมขวาจัดกำลังผงาดในเวทีการเมืองเยอรมนี

การถอนตัวของพรรค FDP ที่สนับสนุนการค้าแบบตลาดเสรี มีขึ้นหลังการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลที่ยืดเยื้อ 4 สัปดาห์ กับกลุ่มแนวร่วมฝ่ายกลาง-ขวา ของนางแมร์เคิลคือพรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน (CDU) และพรรคสหภาพสังคมคริสเตียน (CSU) รวมทั้งพรรคกรีนส์

นายคริสเตียน ลินด์เนอร์ หัวหน้าพรรค FDP ระบุว่าพรรคที่ร่วมเจรจาครั้งนี้ "ไม่มีพื้นฐานความไว้วางใจ" ซึ่งกันและกัน และแต่ละฝ่ายไม่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในนโยบายที่จะนำชาติไปสู่ความทันสมัย ผู้สื่อข่าวราวงานว่า ประเด็นที่ขัดแย้งกันอย่างหนักในการเจรจาครั้งนี้คือนโยบายด้านภาษี, สิ่งแวดล้อม และการรับผู้ลี้ภัย ซึ่งมีการถกเถียงกันว่าควรอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียสามารถนำครอบครัวเข้าไปอยู่ด้วยกันในเยอรมนีได้หรือไม่

หัวหน้าพรรค FDP ระบุว่าแถลงถอนตัวจากการเจรจา ชี้แต่ละฝ่ายไม่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในนโยบายที่จะนำชาติไปสู่ความทันสมัย
คำบรรยายภาพ, หัวหน้าพรรค FDP ระบุว่าแถลงถอนตัวจากการเจรจา ชี้แต่ละฝ่ายไม่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในนโยบายที่จะนำชาติไปสู่ความทันสมัย

จัดเลือกตั้งใหม่?

นางแมร์เคิล ระบุว่า เสียใจที่การเจรจาครั้งนี้ล้มเหลว และแม้ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แต่นางแมร์เคิล เผยว่าจะเข้าพบประธานาธิบดีแฟรงก์-วอลเตอร์ สไตน์ไมเออร์ ของเยอรมนี ในวันนี้ (20 พ.ย.) เพื่อแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทราบอย่างเป็นทางการ โดยนายสไตน์ไมเออร์ ถือเป็นผู้ที่มีอำนาจในการประกาศจัดการเลือกตั้งใหม่

เจนนี ฮิลล์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานจากกรุงเบอร์ลินว่า นี่คือวิกฤตทางการเมืองครั้งใหญ่ของเยอรมนีนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา และอาจเป็นการปิดฉากยุคสมัยของนางแมร์เคิล

ผลการเลือกตั้งที่ตกต่ำของกลุ่มแนวร่วม CDU/CSU ของนางแมร์เคิลเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลผสมเป็นเพียงหนทางเดียวของเธอที่จะตั้งรัฐบาลชุดใหม่ขึ้นมาได้

ผู้สื่อข่าวบีบีซี วิเคราะห์ว่า การเจรจาที่ล้มเหลวครั้งนี้ทำให้เยอรมนีอาจต้องจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ และยังไม่แน่ชัดว่าพรรคของนางแมร์เคิลจะให้เธอเป็นผู้นำพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกทางเลือก คือกลุ่มแนวร่วม CDU/CSU ของนางแมร์เคิลอาจจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยร่วมกับพรรคกรีนส์ ขณะที่พรรคประชาธิปไตยสังคมแห่งเยอรมนี (SPD) ฝ่ายกลาง-ซ้ายซึ่งครองที่นั่งมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในสภาประกาศไม่กลับไปจับมือตั้งรัฐบาลผสมกับนางแมร์เคิลอีก

คำบรรยายวิดีโอ, พรรคขวาจัดสร้างประวัติศาสตร์ ผงาดเข้าสู่สภาเยอรมนี

การเมืองเปลี่ยนขั้ว

แม้นางแมร์เคิล จะได้รับเลือกให้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเป็นสมัยที่ 4 แต่ชัยชนะครั้งนี้ของเธอกลับถูกบดบังด้วยการที่พรรคชาตินิยมขวาจัด AfD ได้รับเลือกเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เยอมนีนับแต่สงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา ขณะที่กลุ่มแนวร่วม CDU/CSU ของเธอมีคะแนนเสียงตกต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรอบเกือบ 70 ปี

พรรค AfD ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2013 เพื่อเคลื่อนไหวคัดค้านการที่เยอรมนีสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศแถบยุโรปใต้ที่มีฐานะยากจนกว่า โดยนายเบิร์นด์ ลุค ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคมุ่งเน้นเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับปัญหายูโรโซนสร้างความไม่พอใจให้กับสมาชิกอื่นในพรรค

ภายหลังจากที่นายลุคลาออกจากพรรคเมื่อเดือน ก.ค.ปี 2015 พรรค AfD ก็เริ่มมีแนวคิดต่อต้านชาวต่างชาติมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา พรรคได้เคลื่อนไหวต่อต้านกรณีที่นายกรัฐมนตรีแมร์เคิล ดำเนินนโยบายอ้าแขนรับผู้อพยพและผู้ลี้ภัยเข้าประเทศนับล้านคน ปัจจุบันพรรค AfD กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น และประกาศจะเดินหน้าต่อต้าน "การรุกรานของชาวต่างชาติ" ที่หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศ