เรือบรรทุกอาหารของสหประชาชาติเพิ่งเข้าเทียบท่า

ที่มาของภาพ, EPA
เรือลำเลียงความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมจากสหประชาชาติ ซึ่งบรรทุกอาหารจำพวกข้าวสาลีมาเป็นจำนวนมาก สามารถเข้าจอดเทียบท่าที่เมืองซาลีฟของเยเมนได้แล้ว หลังกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียผ่อนผันยกเลิกการปิดแนวพรมแดนชั่วคราว เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงชาวเยเมนหลายล้านคนที่กำลังขาดแคลนอาหารได้
เรือบรรทุกข้าวสาลีปริมาณหลายพันตันลำนี้ ถือเป็นความช่วยเหลือด้านอาหารครั้งแรกที่สามารถเข้าถึงเยเมน หลังจากที่ต้องลอยลำรออยู่นอกชายฝั่งเป็นเวลาถึง 2 สัปดาห์ ส่วนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (25 พ.ย.) เครื่องบินลำเลียงความช่วยเหลือทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ ได้รับอนุญาตให้ลงจอดที่สนามบินของกรุงซานาไปก่อนแล้ว
นายสตีเฟน แอนเดอร์สัน ผู้อำนวยการโครงการอาหารโลกประจำเยเมนบอกกับบีบีซีว่า ความช่วยเหลือด้านอาหารงวดแรกนี้ จะเพียงพอสำหรับการบริโภคของชาวเยเมนราว 1.8 ล้านคนในทางตอนเหนือของประเทศได้เป็นเวลาราว 1 เดือน
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเรือสินค้าอีกลำหนึ่งซึ่งบรรทุกแป้งสาลีมาเป็นจำนวน 5,500 ตัน ยังได้รับอนุญาตให้เข้าเทียบท่าที่เมืองฮูเดย์ดาห์ในเวลาใกล้เคียงกันอีกด้วย ซึ่งนายแอนเดอร์สันมองว่าจะช่วยเพิ่มปริมาณเสบียงอาหารในท้องตลาดของเยเมนให้มีพอต่อความต้องการมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียซึ่งกำลังสู้รบกับกลุ่มกบฏฮูธีในเยเมน ได้สั่งปิดพรมแดนทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ หลังจากเมื่อต้นเดือนนี้ ซาอุดีอาระเบียถูกกลุ่มกบฏฮูธียิงขีปนาวุธโจมตีข้ามแดน แต่สามารถสกัดไว้ได้ที่บริเวณท่าอากาศยานนานาชาติใกล้กรุงริยาด

ที่มาของภาพ, AFP
อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบียประกาศว่าจะยอมผ่อนผันให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเข้าไปในเยเมนได้ หลังจากแน่ใจแล้วว่าจะไม่มีการส่งกำลังอาวุธให้กับฝ่ายตรงข้าม โดยก่อนหน้านี้ซาอุดีอาระเบียกล่าวหาอิหร่านว่าเป็นผู้สนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์แก่กลุ่มกบฏฮูธี แต่อิหร่านปฏิเสธ
ประชาชนกว่า 20 ล้านคนในเยเมน ต้องเผชิญกับภาวะอดอยากขาดแคลนอาหารอย่างหนักมาเป็นเวลานานหลายเดือนเนื่องจากสงครามกลางเมือง โดยในจำนวนนี้ราว 11 ล้านคนเป็นเด็ก และราว 400,000 คนกำลังเผชิญภาวะขาดอาหารอย่างรุนแรงถึงขั้นเสี่ยงต่อการเสียชีวิต























