อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ ชี้เบร็กซิตเป็น "โอกาสที่แท้จริง" ของ อังกฤษ

EU flag
Published

ลอร์ดคิง หรือ เมอร์วิน คิง อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติอังกฤษ กล่าวว่าสหราชอาณาจักรควร "เชื่อมั่นในตนเอง" เรื่องการออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป เขามองว่าเบร็กซิตเป็น "โอกาสที่แท้จริง" สำหรับการปฏิรูปเศรษฐกิจและการทำข้อตกลงการค้าใหม่ ๆ ซึ่งหมายความว่า ความสำเร็จของประเทศ

ในการให้สัมภาษณ์รายการทูเดย์ ทางสถานีวิทยุเรดิโอโฟร์ ในอังกฤษ ลอร์ดคิงเน้นด้วยว่า การปฏิรูปด้านการเกษตรและการพัฒนาความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐไอร์แลนด์เป็นช่องทางที่ดูมีแนวโน้มสดใสสำหรับสหราชอาณาจักร ทั้งนี้หลังเบร็กซิต ไอร์แลนด์จะเป็นเพียงประเทศเดียวในสหภาพยุโรป (อียู) ที่สหราชอาณาจักรจะมีพรมแดนทางบกด้วยกัน

"ผมคิดว่าเรื่องท้าท้ายที่เรากำลังเผชิญอยู่ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ไม่มีใครควรเสแสร้งว่ามันเป็น แต่มันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย และมันมีโอกาสที่แท้จริงรออยู่ มีโอกาสรออยู่มากมาย และผมคิดว่าเราควรมองเบร็กซิตอย่างมั่นใจในตัวเองมากกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ การออกจากอียูซึ่งถือว่าเป็นองค์กรที่ไม่ประสบความสำเร็จนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจ เปิดโอกาสให้เราหลายด้าน รวมทั้งความยุ่งยากทางการเมืองด้วย"

Lord King
คำบรรยายภาพ, Lord King

ข้อตกลงทางการค้า

ลอร์ดคิงเสนอว่า เศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรจะดีกว่าแน่นอน หากออกจากตลาดเดียวของอียู ส่วนการอยู่ในระบบศุลกากรของอียูอาจทำให้รัฐบาลขาดความคล่องตัวในการทำข้อตกลงการค้ากับประเทศนอกอียู

คนเข้าเมือง

รัฐบาลอังกฤษพูดชัดว่า ต้องการควบคุมเรื่องกฎหมายคนเข้าเมืองด้วยตนเอง และจะไม่ขึ้นกับกฎหมายของศาลยุติธรรมของอียู ดูเหมือนว่าทั้งสองประเด็นนี้ขัดกับการเป็นสมาชิกตลาดเดียว

ลอร์ดคิงเห็นว่า รัฐบาลควรวางกรอบนโยบายเรื่องคนเข้าเมืองโดยเร็ว และอาจเป็นการคิดที่ผิด หากจะปล่อยเรื่องนี้ไปและค่อยไปเจรจา หลังจากที่นำมาตรา 50 มาใช้ในปีหน้าและเริ่มกระบวนการออกจากอียูอย่างเป็นทางการ

ลอร์ดคิงยังได้กล่าวปกป้อง นายมาร์ก คาร์นี ผู้รับตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติอังกฤษต่อจากเขา ซึ่งโดนวิจารณ์ว่า "เล่นการเมือง" มากเกินไป ด้วยการออกมาเตือนถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจเมื่อสหราชอาณาจักรออกจากอียู

ลอร์ดคิงชี้ว่า นายคาร์นีวางตัวลำบาก เพราะเบร็กซิตเป็นเรื่องที่ทำให้คนเสียงแตกกันมาก และเขาทำหน้าที่ตามกรอบของธนาคารอย่างดี โดยออกมาพูดถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะสั้นถ้าอังกฤษออกจากอียู

ลอร์ดคิงเห็นว่ายังเร็วเกินไปที่จะประเมินถึงผลกระทบโดยรวมต่อเศรษฐกิจของประเทศ แม้ข้อมูลที่ออกมาจนถึงขณะนี้บ่งบอกไปในทางที่ดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนเคยคาดการณ์ไว้